วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

สรุปการเรียนวชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

วันที่จะต้องปิดคอร์ดแล้วจึงต้องตั้งใจเรียนกันหน่อยแล้ว ซึ่งในการเรียนในวันนี้ก็สามารถสรุปได้ดังนี้ค่ะเทคนิคการสอนภาษาการฟังและการการพูดเป็นพื้นฐานของการอ่านและการเขียนครูสามารถประเมินผลการสอนของตนเองจากเด็กได้ง่ายๆแนวคิดพื้นฐาน1.ต้องรู้ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก2.ประสบการณืทางภาษาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา3.เชื่อว่าเด็กสามารถเรียนรู้ได้4.เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดถ้าสอนเเบ whole Language5.เด็กจะเรียนรู้ได้ดีถ้าได้ตัดสินใจด้วยตนเอง6.ให้เด็กรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม7.ไม่ให้เด็กรู้สึว่าถูกเเข็งขัน8.ครูต้องสอนทักษะไปพร้อมๆกัน9.ทำให้การเรียนภาษาของเด็กเป็นสิ่งที่น่าสนใจควรสอนภาษาเด็กอย่างไร1.เริ่มจากสิ่งที่เด็กสนใจ2.ใช้การประเมินที่เหมาะสม3.เสนอความคิดต่อผู้กครอง4.ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้อย่างกระตือร้น5.สร้างความรู้สึกสำเร็จ6.ให้เด็กได้อ่านในสิ่งที่คุ้นเคย7.อ่านให้เด็กฟังจากแหล่งต่างๆ8.จัดปะสบการณ์การอ่านและส่งเสริมให้เด็กได้ลงมือกระทำ9.ส่งเสริมให้เด็กรู้จจักเสี่ยง10.พัฒนาทางด้านจิตพิสัยตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมการพูด- อธิบายหรือเล่าถึงภาพที่เห็น-ทำท่าทางประกอบการพูด-เล่านิทาน-ลำดับเรื่องตามนิน-เรียงชื่อตามนิทาน-เรียกชื่อและอธิบายลักษณะสิ่งของ-จำและอธิบายสิ่งของ-อธิบายขนาดและสีของสิ่งของตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมการฟัง- ฟังประกอบหุ่น-ฟังและเเยกเสียง-ฟังเสียงคำคล้องจอง-ฟังอย่างสร้างสรรค์และวิจารณ์สำหรับในการเรียนในวันนี้ก็สามารถสรุปได้เพียงเท่านี้ค่ะ.....

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552

การเชิดหุ่น



สวัสดีค่ะบทความนี้ก็คงจะบทบทความสุดท้ายของปีการศึกษานี้ก็คงจะได้เจอกันใน ปีการศึกษาหน้า ซึ่งบันทึกนี้จะได้พูดถึงการเชิดหุ่น เรื่องที่กลุ่มขงพวกเรานำมาเเสดงก็คือ "เธอตัวเล็กไปนะ" ซึ่งพวกเราก็ตั้งใจทำกันอย่างเต็มที่ ถึงแแม้ว่าจะออกมาอย่างที่เห็นบางคั้งอาจจะไม่ค่อยดี เท่าที่ควร เเต่พวกเราก็ทำกันอย่างเต็มที่แล้ว เท่าที่พวกเราจะทำได้
สำหรับการเชิดหุ่นเป็นการสื่อในการสอนภาษาให้กับเด็กได้ โดยหุ่นจะทำให้นิทานมีชีวิตชีวาชึ้น มาซึ่งจะทำให้เด็กสนุกสนานและไ้ภาษาไปในตัว ซึ่งการดูการเเสดงเด็กๆจะได้ทักษะในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น ฟัง พูด อ่าน เขียน และยังได้พัฒนาพัฒนาการทั้ง 4 ด้านอีกด้วย......ค่ะ

ดูงานอนุบาลสามเสน



สวัสดีค่ะ วันที่ 14 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา พวกเราได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนอนุบาลสามเสน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ ซึ่งมีโต๊กิจกรรม 4 โต๊ะ คือ วาดภาพด้วยสีเทียน งานประดิษฐ์ ปั้นแป้งโด เด็กก็ทำงานศิลปะอย่างสนุกสนาน เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยเด็กๆก็นำผลงานไปส่งให้คุณครูและบอกชื่อผลงานและ เรื่องราวที่อยู่ในภาพ ซึ่งเป็นการสอนสิลปะไปในตัวอีกด้วย และในตอนบ่ายเราก็ได้เข้าร่วมสัมนาเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยซึ่งเราได้ความรู้ เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยมามากมายเลยทีเดียว ไม่ว่า จะเป็น กิจกรรมหลัก 6กิจกรรม เทคนิคการสอนในแต่ละกิจกรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์มากมายในการฝึกสอนในโอกาศต่อ ไป........

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันที่ 13กุมภาพันธ์ 2552

เทคนิคการสอนภาษาการฟังและการพูด
เป็นพื้นฐานของการอ่านและการเขียนครูสามารถประเมินผลการสอนของตนเองจากเด็กได้ง่ายๆแนวคิดพื้นฐาน
1.ต้องรู้ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก
2.ประสบการณืทางภาษาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
3.เชื่อว่าเด็กสามารถเรียนรู้ได้
4.เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดถ้าสอนเเบ whole Language
5.เด็กจะเรียนรู้ได้ดีถ้าได้ตัดสินใจด้วยตนเอง
6.ให้เด็กรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
7.ไม่ให้เด็กรู้สึว่าถูกเเข็งขัน
8.ครูต้องสอนทักษะไปพร้อมๆกัน
9.ทำให้การเรียนภาษาของเด็กเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ควรสอนภาษาเด็กอย่างไร
1.เริ่มจากสิ่งที่เด็กสนใจ
2.ใช้การประเมินที่เหมาะสม
3.เสนอความคิดต่อผู้กครอง
4.ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้อย่างกระตือร้น
5.สร้างความรู้สึกสำเร็จ
6.ให้เด็กได้อ่านในสิ่งที่คุ้นเคย
7.อ่านให้เด็กฟังจากแหล่งต่างๆ
8.จัดปะสบการณ์การอ่านและส่งเสริมให้เด็กได้ลงมือกระทำ
9.ส่งเสริมให้เด็กรู้จจักเสี่ยง
10.พัฒนาทางด้านจิตพิสัย
ตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมการพูด
- อธิบายหรือเล่าถึงภาพที่เห็น
-ทำท่าทางประกอบการพูด
-เล่านิทาน
-ลำดับเรื่องตามนิน
-เรียงชื่อตามนิทาน
-เรียกชื่อและอธิบายลักษณะสิ่งของ
-จำและอธิบายสิ่งของ
-อธิบายขนาดและสีของสิ่งของ
ตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมการฟัง
- ฟังประกอบหุ่น
-ฟังและเเยกเสียง
-ฟังเสียงคำคล้องจอง

วันที่ 11กุมภาพันธ์ 2552

1.การบูรณาการสอนภาษาในกิจกรรมต่างๆ
- กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะสามารถสอนภาษาเด็กได้คือ ให้เด็กได้พูด และฟัง ในการทำกิจกรรม
-กิจกรรมสร้างสรรค์ สามาถสอนโดยให้เด็กอธิบายภาพหรือผลงานที่เด็กทำ จะทำให้เด็กได้ทักษาะคือ ฟัง พูด อ่าน เเละเขียน
-กิจกรรมกลางเเจ้ง สามารถสอนให้เด็กในเรื่องของการฟังข้อปฏิบัติ ข้อตกลง
-กิจกรรมเกมการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย
1. เกมจับคู่ จะใช้ได้หลายเวลา เช่นในขั้นสอน ขั้นสรุป
2.จิ๊กซอร์
3.โดมิโน
4.เรียงลำดับคือภาพที่มีมิติสัมพันธ์
5.อนุกรม
6.ล็อตโต้คือศึกษาภาพที่มีรายละเอียด
7.พื้นฐานการบวก
** กิจกรรมเกมการศึกษาสามารถใช้ได้ในหลายเวลาเช่นในขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป
- การสอนภาษาอาจสอนได้ในเวลา เช้าคือการรับเด็ก การเคารพธงชาติ เป็นต้า
2.จุดมุ่งหมายของการจัดกิจกรรม
-เพื่อการสื่อสาร
-เพื่อให้เด็กได้เห็นเป็นแบบอย่าง
3.บทบาทของครู
- อำยวยความสะดวก
-จัดเตรียมแผนการสอน
-จัดเตรียมกิจกรรม

วันที่21 มกราคม 2552

สำหรับการเรียนในวันนี้ได้มีการนำเสนองาน
กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่นำเสนอเรื่องเทคนิคการสอนภาษาซึ่งนำสนอด้วยการเล่นบทบทสมมุติ
กลุ่มที่สอง ได้นำเสนอเรื่องการอ่านเเละเขียน ซึ่งกลุ่มนี้นำเสนอด้วยการเล่นบทบาทสมมุติ
กลุ่มที่สาม ได้นำเสนอเรื่องข้อปฏิบัติในการสอนภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย ดังนี้
1.ควรสอนในสภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ใช่การจับเด็กมานั่งเรียนอย่างเดียว
2.ควรสอนโดยการไม่มีการแบ่งแยกกลุ่มเด็กเก่งเด็กอ่อน การแบ่งแยกกลุ่มเด็กเก่งเด็กอ่อน จะเป็นการสร้างปมด้อยหรือสร้างความไม่เชื่อมั่นในตนเองให้แก่เด็ก เด็กทุกคนควรมีโอกาสในการเรียนที่เท่ากัน
3.การที่เด็กเกิดมาพร้อมกับความสนใจอยากรู้อยู่แล้ว จะเป็นแรงกระตุ้นให้เขาสามารถจำคำต่างๆ โดยครูอาจใช้ความคิดเกี่ยวข้องกับภาษาของเด็กมาสอน
4.ครูควรหาโอกาสให้เด็กได้ใช้ทักษะที่ได้เรียนมาในชีวิตประจำวัน
5.ครูต้องจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อม
กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มของดิฉันเองคือ เป็นตัวอย่างกิจกรรมการสอนภาษาซึ่งได้เล่นบทบาทสมมติเกี่ยวกับการสอนกิจกรรมทางภาษาผ่านทางกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ซึ่งในการสอนภาษาสำหรับเด็กมีกิจกรรมมากมายเช่น เล่านิทาน จับคู่ เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

วันที่ 7 มกราคม 2552

การจัดสภาพแวดล้อม
ควรจัดห้องเรียนให้สอดล้องกับเนื้อหาที่เราจะสอน และในการจัดห้องเรียนครจะมีการส่งเสริมภาษาให้กับเด็กโดยมีการจัดมุมต่างๆเช่น
1.มุมบ้าน มุมนี้เด็กก็จะเข้ามาเล่นใบมุมนี้เเล้วมีการพูดคุยกันเหมือนการอยู่บ้าน ทำให้เด็กได้มีโอกาสในการพัฒนาภาษาของเด็กได้
2.มุมหมอ มุมนี้ก็จะได้มีการเล่นบทบาทสมมติเป็นคนไข้ กับคุณหมอ ก็จะเป็นการฝึกภาษาพูดและภาษาเขียนไปในตัวเพราะการเล่นบทบาทเป็นหมอหรรือพยาบาลก็จะมีการสอบถามผูป่วย มีการนัดหมายผู้ป่วย เป็นต้น
3.มุมตลาด เด็กจะได้ฝึกการสนทนาสือสารดต้อตอบระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
4.มุมจราจจร เด็กจะได้เรียนรู้สัญลักษณ์จราจร

กระบวนการเรียนรู้แบบธรรมชาติตามวัยวุฒิของเด็ก
ครูจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเด็กว่าเขาสามารถทำทำงานได้ พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กจะเกิดขึ้นเองซึ่งครูจะต้องสังเกตุ และครูจต้องระลึกว่าธรรมชาติขิงเด็กจะเกิดขึ้นพร้อมกับความสารถในการเรียนรู้มีสมองไว้คิด และมีประสาทสัมผัทั้ง 5 เพื่อการรับรู้ ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้เเละซึมซับสิ่งต่างๆได้เองตามธรรมชาติ

บทบาทของครู
ครูควรมีวิธีการในการเชื่อมโยงประสบการณืที่เด็กมีอยู่เดิมให้สัมพันธ์กับกิจกรรมที่จัดขึ้น เช่น การเล่าเรื่อง การเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดคุย และครูควรหาหนังสือมาจัดไว้ที่ห้องเรียนเพื่อให้เด็กได้หยิบอ่านได้ตามความสะดวก

บรรยากาศในการสอนเเนวใหม่
เด็กจะเเสดงให้ครูเห็นว่า เขาต้องการเขียนสอ่งที่มีความหมาย สิ่งที่เขาอยากให้ผู้อื่นเข้าใจการเรียน ระยะเเรกจึงเป็นการที่เด็กสร้างความคิด ซึ่งเกิดจากประสบการณ์เดิมเด็กจะเขียนเส้นขยุกขยิกคล้ายตัวหนังสือ แต่ยังไม่ถูกตต้อง ครูครวส่งเสริมไม่ควรตำหนิเด็ก และให้เเก้ไขทันทีควรให้เด็กได้ฝึกสังเกตุสิ่งที่เด็กพบเห็นบ่อยๆ การสังเกตุจะช่วยให้เด็กเกิกการพัฒนาและปรับปรุงให้ถูกต้องดดยไม่เกิดความรู้สึกผิด

การประเมินผล
ครูพิจารณาจากการสังเกตุ การบันทึก การเก็บร่องรอยทางภาษาของเด็ก ขณะทำกิจกรรมต่างๆ และสะสมชิ้นงานเป็นการประเมินการเรียนรู้จากสภาพจริง และจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กมากว่าการใช้เเบบทดสอบทางภาษา

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552

บันทึกการเข้าเรียนวันที่ 19 ธันวาคม 2551
ลักษณะสำคัญและกิจกรรมทงภาษาแบบองค์รวม"อ่าน-เขียน"
- เน้นความเข้าใจเเน้อเรื่องมากกว่าการท่องจำตัวหนังสือผ่านการฟังนิทาน เรื่องราวสนทนาโต้ตอบ คิดวิเคราะห์ร่วมกับครูหรือผู้ใหญ่
- การคาดคะเนโดยการเดาในขระเขียน อ่าน และสะกด เป็นสิ่งที่ได้รับในการเรียนรู้ภาษาธรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องอ่านหรือสะกดถูกต้องทั้งหมด
- มีหนังสือ วัสดุสิ่งพิมพ์ต่างๆให้เด็กเป็นผู้เลือกเพื่อได้รับประสบการณ์ทางภาษาอย่างหลากหลาย
- ครูแนะนำและสอนอ่านในกลุ่มที่ไม่ใหญ่มากโดยใช้หนังสือเล่มใหญ่ที่เห็นชัดเจนทั่วกัน
- ให้เด็กแบ่งกลุ่มเล็กๆผลัดการอ่านด้วยการออกเสียงดังๆ
- ครูสอนอ่านอย่างมีความหมายด้วยความสนุกสนานในกลุ่มย่อย สอนให้รู้จักการใช้หนังสือ การเปิดหนังสืออย่างถูกต้อง
- เปิดโอกาสให้เด็กพูดคุย ซักถามจากประสบการณ์เดิมซึ่งครูสามารถประเมินความสามารถการอ่านของเด็กแต่ละคนได้พร้อมกัน
- ให้เด็กแต่ละคนมีโอกาสเลือกอ่านหนังสือที่ชอบและยืมไปนั่งอ่านเงียบ
- ให้เด็กได้ขีดเขียน วาดภาพ ถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์ ความประทับใจอย่างอิสระ
- ครูตรวจสอบสภาพการเขียนของเด็กแต่ละคนโดยการให้เด็กเล่าสิ่งที่เขียนหรือวาดให้ครูฟัง โดยครูอาจแนะนำการเขียนที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กพัฒนาการเขียนได้ด้วยตัวเด็กเองทุกวันโดยไม่มุ่งแก้คำผิดหรือทำลายการอยากเขียนของเด็ก
ความเชื่อมโยงภาษาพูดกับภาษาเขียน
ภาษาพูดกับภาษาเขียนมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันโดยความรู้เกี่ยวกับคำจะเพิ่มพูนความรู้มากขึ้น เมื่อเราพูดเล่า สนทนาโต้ตอบกันเราอ่านจากหนังสือประเภทต่างๆอ่านจากป้ายในทุกหนทุกแห่งที่สนใจ จะทำให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้เรื่องราวต่างๆไปพร้อมๆกันช่วยให้เด็กมีความรู้เพิ่มพูนขึ้นทักษะการสนทนาจะพัฒนามากขึ้น ด้วยการพูดคุยกับพ่อแม่ เพื่อน ครู ในสถานการณ์หรือเรื่องราวที่มีความสัมพันธ์กับตัวเด็ก เมื่อเด็กได้รับโอกาสในการแสดงออกโดยการพูด เด็กจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ฟัง จากสิ่งที่ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง ซึ่งเด็กนำไปใช้เพื่อการสื่อสาร หรือแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมาในการดำเนินชีวิตประจำวันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรู้ความหมายของการเขียน
** จุดสำคัญ คือผู้ใหญ่ต้องอ่านให้เด็กฟังเยอะๆ และสอนให้เด็กกวาดสายตา
หาความหมายจากภาพ
ขั้นของพัฒนาการทางการอ่าน
ขั้นแรก คำแรกที่เด็กอ่านเป็นคำที่มีความหมายต่อชีวิตเด็ก พัฒนาการในขั้นนี้กู๊ดแมน เรียกว่า “รากเหง้าของการอ่าน เขียน”
ขั้นที่สอง จะผูกพันกับตัวอักษร
ขั้นที่สาม เด็กแยกแยะการใช้ตัวอักษร ตลอดจนระเบียบแบบแผนของตัวอักษร จะเริ่มอ่านหรือเขียนจากซ้ายไปขวา
ขั้นสุดท้าย ระบบตัวอักษร

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

วัน พุธที่ 3ธ.ค.2551

กระบวนการเรียน
บรรยากาศการเรียน มีลักษณะของการร่วมมือกันระหว่างครูและเด็กๆ ตั้งแต่การวางแผน คือ คิดด้วยกันว่าจะทำอะไร ทำเมื่อไร ทำอย่างไร จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร จะหาสิ่งที่ต้องการมาไดอย่างไร
การวางแผนจะมีทั้งระยะยาว( long- range plans) เพื่อวางกรอบความคิดกว้าง
การวางแผนระยะสั้น(shot- range plans) โดยเด็กและครูจะใช้ความคิดพูดคุยปรึกษากันเพื่อหารายละเอียดและขั้นตอนในการทำกิจกรรม
การฟังและพูดของเด็ก
เด็กมีโอกาสได้ยินเสียงแม่พูด แม้ว่ายังพูดไม่ได้
เด็กเกิดการเรียนรู้ภาษาพูดเพราะการสอนเด็กใหพูดนั้นเด็กจำเป็นต้องได้ยิน ได้ฟังภาษาพูดก่อน ยิ่งได้ฟังมากจะเข้าใจชัดเจนขึ้น
เด็กวัย 2-3 ขวบการพูดของแม่จะช่วยให้ลูกมีพพัฒนาการทางภาษาที่ดี การสนทนา การวักถาม เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งที่จำเป็นในการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ในด้านการเข้าใจความหมายของภาษาจากเรื่องง่าไปหาเรื่องที่ยากและสลับซับซ้อนมากขึ้น
ภาษามีบทบาทในการสื่อสารความคิดรวมไปถึงจินตนาการ เพื่อตอบสนองความต้องการของตนได้เป็นอย่างดี
การอ่านและเขียนของเด็ก
การอ่านหนังสือให้เด็กฟังทุกวันเป็นสิ่งจำเป็นในการให้โอกาสเด็กเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเขียน ขณะที่อ่านควรชี้นิ้วตามตัวหนังสือไปด้วย ทำให้เด็กเรียนรู้กฏเกณฑ์ทุกขั้นตอน สิ่งที่สำคัญคือ การให้เด็กเรียนรู้ที่จะเข้าใจประเด็นในเรื่องท่อ่านว่าสิ่งที่ประกอบกันขึ้นคือรวมทั้งหมดที่เป็นเนื้อหาที่นำเสนอระบบการคิดผ่านไวยากรณ์ของภาษา
ควรสนทนากับเด็กเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ทางภาษาอย่างง่ายๆ เนื้อหาที่อ่านควรสัมพันธ์กับสิ่งๆรอบตัว และพยายามเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมของเด็กตลอดเวลาเพื่อให้เห็นประโยชน์และความเกี่ยวพันของภาษาเขียนกับชีวิตจริง
การเขียน หมายถึง การสื่อสารเพื่อแสดงความคิดความรู้สึกออกมาอย่างความหมาย
การเขียนและการอ่านจะดำเนินการไปพร้อมกัน เนื่องจากการเป็นนักเขียนที่ดีนั้นต้องอาศัยการอ่านที่แตกฉานในเรื่องนั้นๆ ส่วนการฝึกฝนให้เด็กเขียนหนังสือนั้น ครูต้องตระหนักว่าการฝึกเขียรที่ให้ลอกเลียนแบบโดยเด็กไม่ได้ใช้ความคิดเเตเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือหรือฝึกเฉพาะความสวยงามของลายมือแตกต่างโดยสิ้นเชิงกัการเขียนที่มาจากความคิด
ภาษาที่ได้จากกาฝึกคิดและการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาษาสัญลักษณ์ คือ ตัวอัการอย่างธรรมชาติจากการฟังมากได้อ่านมาก จนสามารถถ่ายทอดเองได้ และมาฝึกฝนความถูกต้อง สวยงามภายหลัง่วนการอ่านนั้นสามารถทำได้ตลอดเวลาด้วยการอ่านจากหนังสือ ถนน สิ่งรอบตัว
ความรู้ของเด็กจะเพิ่มพูนขึ้นเมื่อเด็กได้รับโอกาสในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอ่านร่วมกับผู้ใหญ่ และกิจกรรมที่จัดให้เด็กให้อ่านเงียบๆตามลำพัง การอ่านกับเพื่อนเป็นคู่ เป็นกลุ่มย่อย เพื่ออภิปรายร่วมกัน ในการกรรับฟังและการตรวจสอบความคิดความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยเฉพาะการอ่านจากสิ่งที่รู้เด็กเล่นร่วมกัน หรือสิ่งที่เด็กเขียนขึ้นเอง
ลักษณะสำคัญและกิจกรรมทงภาษาแบบองค์รวม
การอ่านและการเขียน
- เน้นความเข้าใจเเน้อเรื่องมากกว่าการท่องจำตัวหนังสือผ่านการฟังนิทาน เรื่องราวสนทนาโต้ตอบ คิดวิเคราะห์ร่วมกับครูหรือผู้ใหญ่
- การคาดคะเนโดยการเดาในขระเขียน อ่าน และสะกด เป็นสิ่งที่ได้รับในการเรียนรู้ภาษาธรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องอ่านหรือสะกดถุดฃกต้องทั้งหมด

วันพุธ ที่ 26 พ.ย. 2551

ภาษาธรรมชาติ (Whole Language Approaoh)
การสอนภาษาโดยองค์รวมนักการศึกษาได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาโดยองค์รวมไว้ว่า
โคมินิวอุสเด็กสามารถค้นพบข้อมูลใหม่ๆได้ ด้วยการนำเสนอด้วยสิ่งที่เด็กคุ้นเคยในชีวิต เด็กจะเข้าใจสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้โดยการใช้ภาษาถิ่นหรือภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเด้ก
กู๊ดแมน สมิท เมอร์ริดิธความรู้จะเกิดขึ้นอย่างพรั่งพรูจากกระบวนการเรียนรู้และมีการพัฒนาภาษาพูด ภาษาเขียน ซึ่งครูจะเห็นได้ชัดจากการที่เด็กนั้นอาศัยภาษาสื่อ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างมีความหมายในกระบวนกาเรียนรู้ทั่วๆไปของเด็กในโรงเรียนครูใช้ภาษาจากทักษะด้านการ ฟัง พูด อ่าน เขียน แบองคืรวมในทุกกิจกรรมในห้องเรียน เช่น การวิเคราะห์ เรื่องราวต่างๆ การแนะแนวหลักสูตร การทำจดหมายข่าว เป็นต้น ครูบางกลุ่มได้อธิบายการพัฒนาปรับเปลี่ยนการอ่านของเด็กจนเกิดแนวการใหม่ในการอ่านแบบภาษาธรรมชาติ
จูดิท นิวแมน การสอนภาษาโดยองค์รวมมีลักษณะเป็นปรัชญา ความคิดของผู้สอนโดยก่อตัวขึ้นจากหลักการสอนที่ผู้สอนนำมาบูรณาการ
จอห์น ดิวอี้การเรียนรู้ทางภาษาของเด้กเกิดจากประสบการณ์ตรง โดยการลงมือกระทำด้วยตนเองทฤษฏีนี้เป้นกุญแจสำคัญของการสะท้อนความความคิดตอการสอนของครู( Reflective teaching)ผูเรียนต้องเป็นศูนย์กลางของกระบวนการเรียน ครูผู้สอนควรบูรณาการด้านภาษาให้กลมกลืนไปกับการเรียนรู้ทุกเรื่องในหลักสูตร วึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของนักทฤษฏีต่อไปนี้
เพียเจต์เด็กจะเรียนรู้ผ่านกิจกรรมด้วยการเคลื่อนใหวและมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเป็นองคืความรู้ ขั้นภายในตนเองโดยเด็กเป็นผู้กระทำ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ในการคิดด้วยตนเองจึงกล่าวได้ว่า การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์กับิ่งแวดล้อมผ่านการเล่นวึ่งช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาจากกิจกรรมที่ทำร่วมกันและรายบุคคล
ไวกอตสกีการเรียนรู้ภาษาของเด็กเกิดขึ้นได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลใกล้เคียง เช่น พ่อ แม่ เพื่อน ครู บริบทหรือสิ่งต่างๆรอบตัวมีอิทธิพลต่อเด็กในการช่วยเหลือให้ลงมือทำเป็นขั้นตอนผ่านการและกิจกรรมนำไส่รเรียนรู้ภาษาผ่านการใช้สัญลักษณ์
ฮอลลิเดย์บริบทสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์ที่หลากหลายมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ และการใช้ภาษาของเด็ก เด็กจะเป้นผู้ใช้ภาษาในการมรปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่เกี่ยวข้องในการเรียนรู้ทุกสิ่งผ่านภาษาและเรียนเกี่ยวกับภาษาไปพร้อมๆกันกู๊ดแมนภาษาเป็นเครื่องมืที่สำคัสำหรับชีวิตเด็ก เด็กต้องเรียนรู้ภาษาและต้องใช้ภาษาและต้องใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้ ดังนั้นครูต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับภาษา